BMW Group
The Worlds Most Sustainable Car Company

ก้าวล้ำอนาคตเทคโนโลยี Efficient Dyanmics
ในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้รับการจัดอันดับให้เป็น The Worlds Most Sustainable Car Company ที่จัดอันดับโดย Dow Jones Sustainability Index ซึ่งเป็น ปีที่ 6 ติดต่อกัน นั่นเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำ อย่างเหนือชั้นสำหรับเทคโนโลยี Effcient Dynamics
ในขณะที่หลายองค์กรรวมถึงบริษัทและภาครัฐในหลายๆ ประเทศได้เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ทรัพยากรพลังงงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้นำเสนอคำตอบอย่างเป็นรูปธรรมในรูปแบบของเทคโนโลยี Efficient Dynamics ซึ่งถูกติดตั้งในรถยนต์ในรถยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นตั้งแต่ซีรี่ย์ 1 ถึงซีรี่ย์ 7 รวมถึงมินิและโรลส์รอยส์ด้วย นอกจากนั้นยังมีการดำเนินงานด้าน Sustainability อย่าง จริงจัง เช่น โปรแกรม Clean Production ซึ่งว่าด้วยเรื่องของการลดการใช้พลังงานและลดการคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ในระหว่างกระบวนการผลิต
 
วันนี้ เทคโนโลยี Efficient Dynamics ที่มีอยู่ในรถยนต์ของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทุกคัน ประกอบด้วย เทคโนโลยี เครื่องยนต์ที่ก้าวหน้าทั้งใน ด้านของสมรรถนะ และ ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเทคโนโลยี Aerodynamics และการประยุกต์ใช้วัสดุน้ำหนักเบา รวมถึงเทคโนโลยีระบบบริหารพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ Brake Energy Re-generation ซึ่งเป็นการนำพลังงานจลน์ที่ต้องสูญเสียไปจากการเบรก นำกลับมาใช้ในรูปแบบของ พลังงานไฟฟ้าซึ่งในขณะนี้ มีรถยนต์ของบีเอ็ม ดับเบิล ยู กรุ๊ป กว่า 45 รุ่นที่มีการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ น้อยกว่า 140 กรัมต่อกิโลเมตร
ในปัจจุบัน นอกจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มีการนำเสนอเทคโนโลยี Advanced Diesel และActive Hybrid แล้ว ยังได้ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยโครงการทดสอบรถยนต์ พลังงานไฟฟ้า MINI E ในระดับผู้บริโภคด้วยจำนวนกว่า 500 คันในมหานครขนาดใหญ่ ทั้งในทวียุโรป อเมริกา และเอเชีย และในอนาคตอันใกล้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ก็จะเปิดตัวโครงการนำร่องรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นที่ 2 ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของ BMW Concept Active E ด้วย


บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้สานต่อปรัชญา Efficient Dynamics ด้วย โครงการMCB Mega City Vehicle ซึ่งจะเป็นการต่อยอดการพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เพื่อเข้า สู่สายการผลิต และพร้อมจำหน่ายภายในปี ค.ศ. 2013 หรืออีกเพียง 2 ปีเศษเท่านั้น รถพลังงาานไฟฟ้า MCV จะเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมรถยนต์ ทั้งในแง่ของผลิต ภัณฑ์ที่จะเป็นรถยนต์ในระดับ Series Production ที่ไม่มีการคายไอเสีย (Zero Emission) และในแง่ของการผลิตซึ่งบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้มุ่งมั่นให้กระบวนการผลิตรถ MCV มีการคายไอเสียคาร์บอนไดอ๊อกไซดีน้อยที่สุด

จากวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ริเริ่มโครงการการวิจัยและพัฒนาตั้งแต่กลางทศวรรษที่ 1990 จนได้มาเป็นเทคโนโลยี Efficient Dynamics ที่เหนือชั้น ในวันนี้ และในวันนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กำลังจะก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยเทคโนโลยี ขับเคลื่อนไฟฟ้า เพื่อสร้างสรรค์ยานยนต์แห่งอนาคต สำหรับโลกที่น่าอยู่ และอนาคตที่ ยั่งยืนสำหรับรุ่นลูกรุ่นหลานของเรา
########################################
ที่มา : นิตยสารนักเลงรถ ฉบับที่ 334 ประจำเดือน มกราคม 2554
|